กำลังหิวอยู่หรือเปล่า?

เรื่องราวความอร่อย

ที่มาของแกงไทยดังไกลไปทั่วโลก

 
รู้หรือไม่ว่าแกงไทยที่เรากินกันอยู่นั้น ไม่ว่าจะคนไทย หรือคนต่างชาติต่างก็หลงใหลในรสชาติของแกงไทยทั้งนั้น แท้จริงแล้วประวัติที่มาของแกงเหล่านั้นก็เข้มข้นไม่แพ้กับรสชาติความอร่อยเลยทีเดียว ว่าแล้วมาลองอ่านที่มาพร้อมรับสูตรแกงเด็ดๆ ไปทำกันเลยดีกว่า
 
Article_SEO_แกงไทย_แกงเทโพ

“แกงเทโพ” เป็นแกงที่อยู่ใน "กาพย์เห่ชมเครื่องคาว” ในสมัยก่อนเป็นแกงกะทิที่ใช้ปลาเทโพมาทำ จึงเป็นที่มาของชื่อแกง แต่สมัยนี้นิยมใช้หมูสามชั้นแทน ทำให้แกงเทโพมีรสชาติที่มัน นิดๆ และเคี้ยวอร่อยจากความกรุบๆ ของหมูสามชั้นและผักบุ้ง

รับสูตร “แกงเทโพ” http://goo.gl/m8znKQ

 

ที่มา: http://www.thaiart.in.th/index.php?topic=42.0

 

Article_SEO_แกงไทย_แกงมัสมั่น

“แกงมัสมั่น” นำเข้ามาโดยแขก “เจ้าเซน” จากเปอร์เซีย เป็นเมนูแกงถูกอกถูกใจคนที่ชื่นชอบกลิ่นเครื่องเทศ ซึ่งในเมนูบอกเลยความหอมของเครื่องเทศนั้นโดดเด่นมาก และมีรสชาติหวาน มันกลมกล่อม ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต่างติดใจเมนูนี้กันทั้งนั้นเลย

 

รับสูตร “แกงมัสมั่น” http://goo.gl/osAzbm

 

Article_SEO_แกงไทย_แกงเขียวหวานปลากรายยัดไส้ไข่เค็ม

“แกงเขียวหวาน” มาจากสีของแกงที่มีสีเขียวนวล อ่อนละมุน และมีรสชาติเค็มนำและหวานตามเป็นเอกลักษณ์ เมนูแกงเขียวหวานที่โดดเด่นก็คือ แกงเขียวหวานปลากรายยัดไส้ไข่เค็ม จะทานคู่ข้าวสวย หรือขนมจีนก็อร่อย วิธีการทำก็ไม่ยากลองทำเลย

ดูสูตรเลย http://goo.gl/qxK9lu

 

 

ที่มา: http://www.naitam.com/naitam-life/print.php?id=316&category=4&page=&lite=

 

Article_SEO_แกงไทย_แกงฮังเล

“แกงฮังเล” หรืออีกชื่อเรียกว่า แกงฮินเล เชื่อกันว่าได้รับอิทธิพลมาจากพม่าในอดีต และตอนนี้ได้กลายมาเป็นอาหารพื้นเมืองยอดนิยมของภาคเหนือ ความอร่อยของแกงฮังเลอยู่ที่รส เค็ม หวาน เผ็ด เปรี้ยว น้ำแกงคลุกคลิกกลมกล่อม กับเนื้อที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม อร่อยเด็ดน่าลอง

ดูสูตรเลย http://goo.gl/gv9kNe

 

 

ที่มา: https://www.gotoknow.org/posts/516283

 

Article_SEO_แกงไทย_แกงเผ็ดเป็ดย่าง

“แกงเผ็ดเป็ดย่าง” เป็นเมนูที่ผสมผสานความอร่อยของไทยกับจีน อร่อยด้วยผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ ที่ใส่ลงไป ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของเมนูนี้ และเป็ดย่างหนังกรอบ แต่เนื้อนุ่ม ทำให้โดนใจทุกคนที่ได้ลองชิมตั้งแต่ครั้งแรกเลย

ดูสูตรเลย “แกงเผ็ดเป็ดย่าง” คลิก! http://goo.gl/iV2vkU

 

 

ที่มา: http://www.doctor.or.th/article/detail/7853